Author : admin

ช่องว่างระหว่างตัวบ้านกับส่วนต่อเติม เกิดรอยแยกแก้ไขอย่างไร ?

ปัญหาส่วนต่อเติมบ้านทรุดคือปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดปัญหาหนึ่งเนื่องจากบ้านในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮม มักนิยมทำการต่อเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นห้องครัว หรือห้องน้ำ  โดยสาเหตุมาจากการก่อสร้างที่ผิดหลัก กล่าวคือ ไม่ได้แยกโครงสร้างส่วนต่อเติมตัดขาดจากตัวบ้านเดิม (ก่อสร้างติดกัน) ทำให้ส่วนต่อขยายเกิดการยุบตัวของชั้นดินที่มีมากกว่าบ้านเดิมที่ทรุดจนอิ่มตัวแล้ว นึกภาพง่ายๆเมื่ออาคารหนึ่งทรุดจนอิ่มตัวแล้วกับอาคารใหม่ที่เพิ่งเริ่มทรุด มันก็จะเกิดรอยแยกระหว่างสองส่วนเกิดขึ้นนั่นเอง อีกเหตุผลหนึ่งของการทรุดตัวก็คือการใช้เสาเข็มที่มีความลึกของเสาไม่เพียงพอต่อการรับน้ำหนักโครงสร้าง หรือสภาพของดินที่ทำการต่อเติมมีลักษณะนุ่มกว่า ทั้งหมดนี้เป็นที่มาทำให้เกิดการทรุดตัวของส่วนต่อขยาย เกิดเป็นรอยแยกของผนังบ้านเดิมกับส่วนต่อเติมขึ้น ซึ่งวิธีแก้ไขสามารถทำอะไรได้บ้างวันนี้ Admin มีคำตอบมาฝาก วิธีป้องกันและแก้ปัญหาส่วนต่อขยายทรุด ปัญหาเรื่องการทรุดตัวของห้องส่วนต่อเติม เกิดจากการไม่ได้วางแผนหรือเตรียมโครงสร้างส่วนต่อขยายอย่างถูกต้อง ไม่ได้วางระบบฐานราก หรือเป็นการต่อเติมบ้านบนดินที่เพิ่งถมได้ไม่นาน ทั้งหมดเป็นปัจจัยทำให้ส่วนต่อเติมใหม่เกิดการทรุดตัวไว ตามมาซึ่งรอยแยกหรือรอยฉีกของผนังบ้านเดิมกับส่วนต่อเติมปรากฎให้เห็น นอกจากดูไม่สวยงามแล้ว ยังไม่ปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัย เพราะรอยแยกที่เกิดขึ้นมีโอกาสพังถล่มลงมาได้ รวมไปถึงปัญหาน้ำรั่วซึมผ่านรอยแยก หรือแม้กระทั่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานได้อีกด้วย สำหรับบ้านที่มีแพลนก่อสร้างส่วนขยาย เพื่อเลี่ยงการทรุดตัวให้เลือกใช้วิธีก่อสร้างส่วนต่อเติมโดยการแยกโครงสร้างขาดกับตัวบ้านเดิม เพื่อไม่ให้ฐานรากรับน้ำหนักมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามสำหรับเจ้าของบ้านท่านใดที่ทำการก่อสร้างไปแล้ว และกำลังประสบปัญหารอยแยก รอยฉีกของผนังส่วนต่อเติมไม่ต้องกังวลใจไปครับ เพราะวันนี้ Admin มีผลิตภัณฑ์ซ่อมสร้างที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีง่ายๆนั่นก็คือใช้ พียู โฟม โพลียูรีเทน ชนิดสเปรย์โฟม ใช้งานอเนกประสงค์ นั่นเอง พียู โฟม คืออะไร ? พียู โฟม เป็นโฟมสำเร็จรูปใช้งานอเนกประสงค์ ขยายตัวได้ ใช้อุดรูโพรง ช่องว่าง […]

ซื้อบ้านมาแล้วแต่อยากกั้นห้องเพิ่มต้องทำอย่างไร? ใช้ผนังเบาแบบไหนดี

หนึ่งในทางเลือกที่นิยมนำมาใช้กั้นห้องเพื่อแบ่งพื้นที่เพิ่มเติมคือการเลือกใช้ “ผนังเบา” เพราะมีน้ำหนักเบาไม่ต้องมีคานรองรับ หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง ใช้เวลาติดตั้งไม่นาน และมีให้เลือกหลากหลายชนิด ตั้งแต่แผ่นยิปซัม แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์หรือสมาร์ทบอร์ด ถ้าเช่นนั้นเวลาให้ผู้รับเหมาเข้ามาทำต้องตรวจดูงานอะไรบ้าง ถึงจะทำให้คุณได้ผนังกั้นห้องใหม่ที่สวยถูกใจ เพราะหากได้ช่างไม่เก่งพอ คงได้ผนังบ้านที่น่าหนักใจขึ้นมาแทน จนอาจคิดว่าไม่น่ากั้นห้องเลย อย่ากระนั้นเลย admin มีคำแนะนำในการตรวจงานผนังเบาว่ามีขั้นตอนการดูอย่างไรบ้าง โดยแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ครับ เลือกผนังเบาและตรวจของก่อนติดตั้ง การกั้นห้องต้องระบุกับผู้รับเหมาว่าต้องการกั้นห้องเพื่อใช้ทำเป็นห้องอะไร เพื่อเลือกใช้ผนังเบาที่มีชนิดและความหนาที่เหมาะสม ถ้าเป็นการเสริมผนังอีกชั้นเพื่อทำเป็นผนังกันความร้อนก็จะมีฉนวนอยู่ข้างใน หรือ ต้องการห้องที่เก็บเสียงก็ต้องเลือกแผ่นที่มีความหนามากหน่อย และผนังเบาแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและข้อดีต่างกัน อาทิ แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์มีข้อดีที่สามารถทนแดดทนฝนได้จึงเหมาะใช้ภายนอก ส่วนแผ่นยิบซัมนั้นน้ำหนักเบา มีราคาถูกกว่า และมีความเรียบเนียนของผิวแผ่นทำให้ฉาบเก็บรอยได้ดี ตรงนี้ก็อยู่ที่ช่างหรือผู้ออกแบบแนะนำว่าควรเลือกใช้แบบไหน ซึ่งก็ควรจะเหมาะสมกับห้องที่เราต้องการ แต่แน่นอนว่ายิ่งหนายิ่งดี … แต่ก็จะยิ่งแพงครับ เมื่อเลือกผนังเบาได้แล้ว เมื่อช่างไปซื้อของมา ก็ต้องตรวจวัสดุที่ช่างนำมาใช้ว่ามีขนาดและความหนาที่ตรงกับที่คุยกันหรือที่สเปคหรือไม่ ตัวอย่างเช่น แผ่นสมาร์ทบอร์ดจะมีขนาดมาตรฐาน 1.20 x 2.40 เมตร มีความหนาตั้งแต่ 4-24 มิลลิเมตร แต่สำหรับงานกั้นผนังในบ้านนิยมใช้ความหนา 4-8 มิลลิเมตร ส่วนผนังนอกบ้านนิยมใช้ความหนา 10-12 มิลลิเมตร เพื่อความแข็งแรงที่มากกว่าผนังในบ้าน ส่วนความหนา […]

วิธีการเลือกใช้ฐานราก แบบฐานรากแผ่ หรือ แบบเสาเข็ม

สมมุติว่าเรา จะก่อสร้างอาคารสักอาคารนึง และเราจะเลือกฐานรากแบบไหนดี ความลึกของฐานราก หรือความลึกของเสาเข็มจะลึกเท่าไรส่วนตัวผมจะทำอย่างนี้ครับ ถ้า ไม่ใช่กรุงเทพ อันดับแรกผมจะถามข้อมูลดินจากที่ข้างเคียงก่อน หรือบริษัทเสาเข็มเจ้าถิ่นครับ ว่าเขาทำฐานรากยังไง ความลึกเท่าไรเป็นข้อมูลในใจแล้วคำนวนออกแบบโครงสร้างตามปรกติ ผมจะทราบน้ำหนักของอาคารที่ลงในฐานรากแต่ละฐานครับว่ามีน้ำนักกดลงไปเท่าไร ที นี้ก็มาดูข้อมูลดิน ว่าเป็นยังไง ถ้ารู้ข้อมูลดินมาว่าแถวนั้น ตอกเข็มไม่ลง และ้ต้องเป็นฐานแผ่แน่ๆ ผมก็จะระบุไว้ในแบบ เพื่อความปลอดภัยว่า“ผู้รับเหมาจะต้องทำการสำรวจชั้นดิน หรือทำการทดสอบการรับน้ำหนักของดินก่อนทำการก่อสร้าง”การ ตรวจสอบส่วนใหญ่ จะมี 2 วิธีคือ การทำ Borring Log และการทำ plate barring Test (รายละเอียดค่อยว่ากันนะ คร่าวๆคืออันแรกเป็นการตวจสอบชั้นดิน อีกอันเป็นการเทสการรับน้ำหนักของชั้นดินครับ) แล้วก็ออกแบบฐานรากแผ่ ว่าควรจะใหญ่ขนาดไหน โดยการสมมุติ การรับน้ำหนักของดิน เรียกว่าเดาอย่างมีหลักการครับว่า1. ภาคกลาง, ภาคเหนือ, อีสาน ใช้ 8 ตันต่อตารางเมตร2. ภาคตะวันออก ชลบุรี, ระยอง ภาคใต้ ใช้ 10 ตันต่อตารางเมตร3. โซนใกล้ ภูเขา […]

ข้อดี – ข้อเสียของแต่ละประเภทเสาเข็มไมโครไพล์

ข้อดี – ข้อเสียของแต่ละประเภทเสาเข็มไมโครไพล์ ปัจจุบันการเลือกใช้งานเสาเข็มไมโครไพล์กำลังเป็นที่นิยม และมีให้เลือกหลากหลาย เช่น เสาเข็มทรงสี่เหลี่ยม เสาเข็มรูปตัวไอ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ซึ่งแต่ละประเภทต้องบอกก่อนว่ามีทั้งข้อดี  ข้อเสียที่แตกต่าง ก่อนเลือกใช้เพื่อให้ตอบโจทย์ต่องานจึงควรศึกษาอย่างละเอียด ลดความเสี่ยงเกิดปัญหาตามมาได้ ข้อดี – ข้อเสียของเสาเข็มไมโครไพล์แต่ละประเภท ความโดดเด่นของเสาเข็มสร้างบ้าน ต่อเติมบ้านนั้น “ไมโครไพล์” ได้รับไปแบบเต็ม ๆ ด้วยขนาดที่เล็ก สามารถใช้งานในพื้นที่แคบได้ เสียงตอกเบา แรงสะเทือนน้อยไม่เป็นที่รำคาญของเพื่อนบ้าน เพราะมีการตอกด้วยระบบไฮดรอลิกโดยได้วิศวกรมาคำนวณแล้ว นอกจากนี้ การต่อเสาก็ยังเชื่อด้วยส่วนหัวและท้ายระหว่างท่อ แน่นอนว่าแต่ละประเภทมีทั้งข้อดี  ข้อเสีย เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เสาเข็มไมโครไพล์ประเภทแรกนี้จะผลิตต่างจากประเภทอื่น ๆ เพราะมีการใช้แรงเหวี่ยงเพื่ออัดคอนกรีตแข็งหนาแน่น แล้วเกิดเป็นหน้าตัดวงกลม มีรูตรงกลาง มีเหล็กอยู่ภายในเสาเพิ่มความแข็งแรง โดยความยาวของแต่ละท่อนจะอยู่ที่ 1 – 2 เมตร ขึ้นอยู่กับการกำหนดของผู้ผลิต ข้อดี : ด้วยความที่น้ำหนักเบา กดลงไปแล้วเกิดรอยร้าวน้อย เพราะคอนกรีตอัดมาสูง ส่วนหัวหรือท้ายเชื่อมต่อง่าย ศูนย์กลางกำหนดไว้ได้ตามต้องการ ข้อเสีย : ด้วยต้นทุนสูง และการผลิตซับซ้อน จึงมีราคาสูงมาก […]

ความลึกของการตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (micropile) ที่ไม่ทำให้บ้านทรุด

ความลึกของการตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (micropile) ที่ไม่ทำให้บ้านทรุด เสาเข็มเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างบ้าน ซึ่งปัจจุบันเสาเข็มไมโครไพล์กำลังเป็นที่นิยมใช้งาน ทว่าการสร้างบ้านด้วยเสาเข็มประเภทนี้ต้องมีการตอกด้วยความลึกที่เหมาะสม ไม่ทำให้ตัวเสาร้าว หรือเกิดปัญหาบ้านทรุดได้ แล้วความลึกของเสาควรต้องอยู่ที่เท่าไหร่ สิ่งสำคัญคือการศึกษาข้อมูลสร้างความเข้าใจให้ตัวเองอย่างลึกซึ้ง เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักได้อย่างไร? โดยทั่วไปแล้วเสาเข็มสามารถรับน้ำหนักที่มากดทับได้จากแรงกระทำหลัก ๆ มีอยู่ 2 ชนิด คือ แรงต้านที่ปลายเสาเข็ม หรือ End Bearing ที่จะเกิดขึ้นอยู่ส่วนปลายเข็ม ซึ่งแรงที่เกิดขึ้นมาจากพื้นดินที่ช่วยรองรับส่วนปลาย ทั้งนี้ แรงจะมีน้ำหนักมากหรือน้อย จะขึ้นอยู่กับประเภทของดินที่มีแตกต่างกัน แรงเสียดทานที่ผิวของเสาเข็มได้รับ หรือ Skin Friction ที่จะเกิดแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มไมโครไพล์ และดินที่อยู่รอบ ๆ โดยที่ขึ้นอยู่กับผิวดินอีกเช่นกันว่าจะทำให้เกิดแรงขึ้นมามากหรือน้อย รวมถึงลักษณะของเสาแต่ละประเภทด้วย การตอกเสาเข็มไมโครไพล์ควรมีความลึกที่เท่าไหร่? โดยทั่วไปแล้วการสร้างบ้านจะต้องขึ้นอยู่กับเสาเข็มที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักที่แตกต่าง ซึ่งควรต้องมีการตอกที่ลึกจนถึงชั้นดินแข็งเฉลี่ยแล้วประมาณ 21 เมตร เสาเข็มไมโครไพล์สามารถกดลงได้ลึกกว่า 20 เมตร หรือสูงสุดไปถึง 30 เมตร สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า 30 – 50 ตัน เพื่อให้เกิดแรงต้านทั้ง 2 แบบที่กล่าวไป ป้องกันการเกิดบ้านทรุดในอนาคตได้เป็นอย่างดี […]

วิธีเลือกผู้ให้บริการเสาเข็มไมโครไพล์ที่ตอบโจทย์

วิธีเลือกผู้ให้บริการเสาเข็มไมโครไพล์ที่ตอบโจทย์ เมื่อมีความสนใจอยากต่อเติม หรือสร้างบ้านด้วยเสาเข็มไมโครไพล์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกผู้ใช้บริการที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อให้การติดตั้งดำเนินไปอย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงไม่เป็นปัญหาในอนาคตที่อาจทำให้ปวดหัว ไม่สบายใจขึ้นมาได้ ดังนั้น จึงไม่อาจมองข้ามการศึกษาถึงวิธีเลือกผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์อย่างละเอียด แนะนำการเลือกผู้ให้บริการเสาเข็มไมโครไพล์ที่ตอบโจทย์ ต้องมีความน่าเชื่อถือ อย่างแรกที่ต้องมองเลยจริง ๆ ก็คือเรื่องของความน่าเชื่อถือ ที่ผู้ให้บริการเสาเข็มไมโครไพล์ควรต้องมีอย่างที่สุด แนะนำว่าต้องเป็นแหล่งที่เปิดให้บริการมายาวนาน มีรายละเอียดการจัดตั้งบริษัทชัดเจน สามารถเดินทางไปหาได้เลย หรือมีประวัติการจัดตั้งบริษัทให้เราได้ศึกษาด้วยก็ได้ รวมถึงสินค้าได้รับมาตรฐานความปลอดภัยมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูรีวิวจากผู้เคยใช้งานมาก่อน หรือหากใครที่ยังไม่มั่นใจ จะลองเลือกศึกษาจากรีวิวของผู้อื่นที่เคยใช้งานมาก่อนก็ได้ เพื่อดูว่าผลลัพธ์การติดตั้ง สินค้าต่าง ๆ เป็นอย่างไร เหมาะสมกับที่เราจะเรียกใช้บริการหรือไม่ โดยที่ผู้เคยใช้งานมาก่อนจะแสดงความคิดเห็นที่ตรงไหนตรงมา ซึ่งมีผลต่อผู้ให้บริการอย่างมาก ทั้งนี้ ผู้ให้บริการต้องเต็มใจเปิดเผยรีวิวโดยที่ไม่สามารถลบ หรือแก้ไขข้อความรีวิวด้วย สามารถให้คำแนะนำได้อย่างดี ผู้ให้บริการจำต้องมีความรู้ ความชำนาญ และสามารถให้คำแนะนำที่ดีกับลูกค้าได้ เพราะเสาเข็มไมโครไพล์ยังเป็นอุปกรณ์ก่อสร้างที่ใหม่สำหรับใครหลายคน เพื่อให้ลูกค้าได้ทำความเข้าใจเพิ่มเติม หรือหากลูกค้าคนไหนสับสน ตัดสินใจเลือกไม่ได้ ผู้ให้บริการก็จะเป็นผู้แนะนำ และตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ มีบริการให้เลือกหลากหลาย ด้วยประเภทของเสาเข็มไมโครไพล์มีให้เลือกหลากหลาย  เช่น เสาเข็มสปันไมโครไพล์, เสาเข็มรูปตัวไอ หรือเสาเข็มทรงสี่เหลี่ยม ฯลฯ รวมถึงขนาดที่ก็มีหลากหลายเช่นกัน ทั้งเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ซม. […]

ทำความรู้จักเสาเข็มไมโครไพล์คืออะไร แล้วมีให้ใช้งานกี่ประเภท

ทำความรู้จักเสาเข็มไมโครไพล์คืออะไร แล้วมีให้ใช้งานกี่ประเภท เมื่อต้องเลือกใช้งานเสาเข็มเพื่อสร้าง หรือต่อเติมบ้าน ปัจจุบันเรามักจะได้ยินคำแนะนำเลือกใช้ “เสาเข็มไมโครไพล์” ซึ่งต้องยอมรับว่าบางคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักมาก่อน ดังนั้น การได้ศึกษาทำความรู้จักว่าคือเสาเข็มอะไร แล้วมีให้ใช้งานกี่ประเภทจึงไม่อาจมองข้ามได้ เพื่อการพิจารณาเลือกใช้งานที่ตอบโจทย์ เสาเข็มไมโครไพล์คืออะไร? เสาเข็มไมโครไพล์ คือเสาเข็มที่ได้นวัตกรรมทางวิศวกรรมเข้าช่วย อาศัยความแข็งแรงในการสร้างรากฐานให้กับบ้าน ป้องกันการทรุดตัว ซึ่งจะมีการใช้ปั้นจั่นพิเศษตอกเสาเข็มนี้ลงไป สิ่งที่น่าสนใจคือการที่เราสามารถเลือกใช้งานได้กับทุกสภาพพื้นที่ ตอกชิดผนัง หรือกระจกได้ พื้นที่แคบเข้าไปได้ ไม่ทำให้เกิดปัญหา เสียงเบามาก ไม่จำเป็นต้องขนดินไปทิ้งเพราะดินกระจายออกมาน้อยมาก การผลิตเสาเข็มชนิดนี้จะใช้วิธีหล่อแบบพิเศษที่ทำให้เนื้อคอนกรีตหนาแน่น และสูงกว่าการหล่อแบบธรรมดา รับน้ำหนักได้มากกว่า 10 – 55 ตัน ขึ้นอยู่กับประเภทของเสาเข็มนี้ด้วย เสาเข็มไมโครไพล์มีให้ใช้งานกี่ประเภท? โดยทั่วไปแล้วเสาเข็มไมโครไพล์จะมีให้ใช้งานด้วยกันหลัก ๆ แล้ว 3 ประเภท ได้แก่ เสาเข็มรูปตัวไอ หรือ I micropile จะเป็นเสาเข็มที่มีลักษณะเป็นรูปตัวไอ I โดยความยาวจะอยู่ที่ท่อนละ 1.5 เมตร จะมีการเทคอนกรีตลงไปในแบบเพื่อหล่อ แล้วใช้เครื่องจี้คอนกรีตมาเพิ่มความหนาให้กับเสามีมากขึ้น       เสาเข็มเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง หรือ […]

รีโนเวทตึกแถวหน้ากว้าง 6 เมตร สู่ บ้านช่อง สวยสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น

รีโนเวทตึกแถว 3 ชั้น ในหมู่บ้านเก่า หน้ากว้าง 6 เมตร แปลงโฉมใหม่ให้สวย ทันสมัย น่าอยู่ พร้อมเพิ่มพื้นที่ส่วนตัวให้กับทุกคนในบ้าน ตึกแถว มีข้อจำกัดหลายด้าน แม้จะมีหลายชั้นแต่พื้นที่ใช้สอยอาจจะน้อยเกินไปสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ หรือมีจำนวนสมาชิกหลายคน ทั้งพ่อ แม่ ลูก และตา-ยาย เพราะทุกคนต่างก็ต้องการพื้นที่เป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับตึกแถวหลังนี้ที่เจ้าของบ้านอยากจะขยับขยายให้กว้างขึ้น ทีมสถาปนิกจาก Studionomad ทำการรีโนเวทตึกแถวหลังนี้ใหม่ทั้งหมด บ้านหลังนี้เดิมเป็นตึกแถวในหมู่บ้านเก่าย่านพระราม 3 ตั้งอยู่บนที่ดิน 30 ตารางวา หน้ากว้าง 6 เมตร ตำแหน่งของอาคารทุกหลังจะหันหน้าบ้านเข้าหากัน โดยมีถนนและสวนเล็ก ๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางมี่คนในหมู่บ้านใช้เป็นที่จอดรถ วิ่งออกกำลังกาย ผ่านตรงกลาง ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว และเจ้าของบ้านก็ต้องการเพิ่มพื้นที่จาก 3 ชั้น เป็น 4 ชั้น เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของคนในครอบครัว ซึ่งมี 3 เจเนอเรชัน คือ ปู่ย่า พ่อแม่ และลูก ซึ่งนอกจากอยากให้แต่คนมีห้องนอนเป็นของตัวเองแล้ว อยากจะเพิ่มห้องนั่งเล่นเป็น 2 ห้อง […]

แบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล สวย สบาย ใกล้ชิดธรรมชาติ

แบบบ้านสองชั้น สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล เรียบหรู สวยงาม ภายในกว้างขวาง ฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งาน บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติแบบฉบับคนเมือง  บ้านที่น่าอยู่ อาจไม่ใช่บ้านที่ดูสวยงามเพียงอย่างเดียว คงจะดีกว่าหากมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับการใช้งานของผู้อาศัย ตัวอย่างเช่น TANN House แบบบ้านสองชั้นพื้นที่ขนาด 600 ตารางเมตร จาก AOMO Architecture สถาปนิกและอินทีเรียไทย ที่นำเอาความต้องการของผู้อาศัยมารังสรรค์พื้นที่บ้านหลังเก่าในย่านปิ่นเกล้า ให้มีความสวยงาม น่าอยู่ และทันสมัยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวปัจจุบันมากขึ้น รอบ ๆ อาคารตกแต่งด้วยระแนงสีขาวและช่องหน้าต่าง ซึ่งช่วยให้สามารถชมวิวได้จากภายใน ไปพร้อมกับการรักษาความเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดช่องให้แสงสามารถส่องเข้ามายังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังช่วยให้ภายนอกมีความโดดเด่นและดูโมเดิร์น บริเวณรอบบ้าน ด้านหน้าประกอบด้วยที่จอดรถจำนวน 4 คัน แบ่งออกเป็นสองฝั่งซ่อนอยู่ด้านหลังประตูทางเข้าด้านซ้ายและขวา สำหรับด้านข้างเป็นสวนหย่อมล้อมรอบที่สามารถชมบรรยากาศพื้นที่สีเขียวได้จากพื้นที่ชั้นล่างของตัวบ้าน บริเวณโซนห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว และห้องครัว ซึ่งช่วยให้ผู้อาศัยรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น การตกแต่งภายในเน้นสีขาวเป็นหลัก เพราะเป็นโทนสีที่ช่วยให้บ้านดูสวย สะอาด และมีความทันสมัย อีกทั้งยังทำให้พื้นที่โดยรวมดูกว้างขวาง เหมาะกับการพักผ่อน แถมยังเป็นสีที่เข้ากับวัสดุต่าง ๆ อาทิ อะลูมิเนียมและไม้ ได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นแบบบ้านสองชั้นอีกหนึ่งหลังที่สวยและน่าอยู่มากเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก […]

มาดูรีวิวการสร้างบ้านตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จ ในงบเพียง 1.5 ล้านบาท ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวทางในการสร้างบ้านมากขึ้นกันค่ะ

มาดูรีวิวการสร้างบ้านตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จ ในงบเพียง 1.5 ล้านบาท ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวทางในการสร้างบ้านมากขึ้นกันค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหารีวิวการสร้างบ้านแบบละเอียด ๆ ที่มีข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งบ้านเสร็จ วันนี้กระปุกดอทคอมได้นำรีวิวดี ๆ โดย คุณลุงมา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาฝากกันแล้ว โดยบอกได้เลยว่าในรีวิวนี้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบ้านไว้อย่างละเอียดครบถ้วน ซึ่งมีทั้งเรื่องราวการวางแผน การถมดิน การหาแบบ การขออนุญาต การยื่นกู้ การลงเสา งานโครงสร้าง งานก่อสร้าง การขอบ้านเลขที่ การขอขยายเขตไฟฟ้า การขอส่งงวดธนาคาร และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าต่อให้คนที่ไม่มีความรู้เรื่องการสร้างบ้านมาก่อน ก็สามารถทำเรื่องสร้างบ้านได้หลังจากอ่านรีวิวนี้จบ ฉะนั้นใครที่มีความฝันอยากจะสร้างบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง ห้ามพลาดรีวิวดี ๆ นี้เด็ดขาด [CR] รีวิวสร้างบ้าน Modern+ร้านเครื่องเขียน+รั้ว ด้วยงบไม่เกิน 1.5 ล้าน โดย คุณลุงมา เราและครอบครัวมีที่ดินแปลงเล็ก ๆ ขนาด 1 งาน อยู่ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย (แถว ๆ วิทยาลัยเชียงราย) […]

รีวิวกู้ธนาคารสร้างบ้านตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ พร้อมสวนสไตล์อังกฤษหน้าบ้าน

          แชร์ประสบการณ์กู้ธนาคารซื้อที่ดินและสร้างบ้านสองชั้นครึ่งสไตล์มินิมอล เริ่มตั้งแต่ศูนย์จนถึงเข้าอยู่ พื้นที่ 65 ตารางวา พร้อมสวนสไตล์อังกฤษ   ใครอยากมีบ้านปลูกเองแต่ไม่มีเงินสดเป็นก้อน อยากให้เข้ามาดู รีวิวกู้ธนาคารสร้างบ้านจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 6320407 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้ตัดสินใจยื่นกู้กับธนาคารเพื่อสร้างบ้าน ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และสวนสไตล์อังกฤษ รวมทั้งบอกเล่าประสบการณ์เตรียมเอกสารประกอบการกู้ การขอทะเบียนบ้านและเลขที่บ้านจากสำนักงานเขต ตลอดจนการขอใช้น้ำประปาและมิเตอร์ไฟ ใครอยากชมแบบบ้านสไตล์มินิมอลตามมาดูกันเลยค่ะ แชร์ประสบการณ์การกู้ธนาคารซื้อที่ดินพร้อมสร้างบ้านตั้งแต่ศูนย์จนถึงอยู่อาศัย เริ่มกู้ 2019 โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 6320407 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื่องจากโควิดระลอก 3 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสอยู่บ้านอย่างจริงจัง จึงมีดำริคิดได้ว่ากว่าเราจะผ่านการสร้างบ้านมาจนอยู่ได้ขนาดนี้เราก็ผ่านอะไรกันมาเยอะจริง ๆ ทั้งขั้นตอนการติดต่อธนาคาร ติดต่อซื้อที่ดิน ติดต่อขออนุญาตก่อสร้าง ติดต่อขอน้ำ ขอไฟ จนแล้วเสร็จ ก็เป็นระยะเวลาร่วม ๆ ปีเศษ ทั้งที่ติดปัญหาโควิดระลอกแรกนั่นแหละ วันนี้จึงอยากมาแชร์ประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาจนกว่าบ้านจะเสร็จค่ะ ขอแบ่งเป็นพาร์ต ดังนี้ 1. ก่อนเริ่มปลูกสร้างบ้าน ขอบอกว่าเป็นพาร์ตที่หินที่สุดเพราะทั้งติดต่อธนาคาร […]

ASRS WAREHOUSE AND TRANSFERRING SYSTEM AYUTTAYA By spun micropile

บริษัท ณรงค์ ไมโครสปัน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายพร้อมตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Spun Micropile, Square Micropile, I Micropile, Steel Micropile) บริษัทนี้มีผลงานการตอกเสาเข็มที่มีคุณภาพมาแล้วมากมาย และมีหลายโปรเจคอยู่ในมือ ยกตัวอย่างโปรเจคที่กำลังดำเนินการอยู่ เช่น โปรเจค ASRS WAREHOUSE AND TRANSFERRING SYSTEM AYUTTAYA โดยรายละเอียดของโปรเจคมีดังนี้ เสาเข็ม Spun Micropile dia.25 cm. ความลึก 18 เมตร น้ำหนักตุ้ม 1.2 ตัน รับน้ำหนักปลอดภัย 40 ตัน/ต้น จำนวน 264 ต้น ทุกคนสามารถดูบรรยากาศในการทำงานโปรเจคนี้ได้ที่คลิปในช่อง Youtube ตามลิงก์ https://www.youtube.com/watch?v=OzakN… นอกจากในคลิปนี้ที่แสดงบรรยากาศในการทำงานโปรเจค ASRS WAREHOUSE AND TRANSFERRING SYSTEM AYUTTAYA แล้ว ในช่อง […]

งานตอกเสาเข็ม Spun Micro Pile Dia.30cm. พร้อมทดสอบรับน้ำหนัก @Synergy Health ( Thailand )

งานตอกเสาเข็ม ผู้ผลิตและจำหน่ายพร้อมตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Spun Micropile, Square Micropile, I Micropile, Steel Micropile) พร้อมทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มโดยวิธีทางพลศาสตร์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ณรงค์ ไมโครสปัน จำกัด www.narongmicrospun.com Tel : 02-159-8480 Mobile : 091-309-7695 คนส่วนใหญ่ล้วนรู้กันดีว่า ในงานก่อสร้างต่าง ๆ แน่นอกว่าต้องมีเสาเข็มเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับงานแต่ละงาน เนื่องจากเป็นเสาเข็มเป็นส่วนสำคัญในด้านการเสริมความแข็งแรงให้กับบ้าน อาคารต่าง ๆ เสาเข็มมีทั้งหมด 3 ประเภทที่นิยมใช้งานกันทั่วไป อย่างแรกคือเสาเข็มตอก เสาเข็มตอกมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งแบบตัว I แบบสี่เหลี่ยม แบบตัว T และแบบกลม ประเภทที่สองคือเสาเข็มเจาะ เสาเข็มประเภทนี้จะต้องทำในพื้นที่จริงที่ต้องการจะสร้างอาคารและมีวิธีในการทำค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน โดยจะต้องใช้เครื่องมือเจาะ ขุดดินลงไปให้ได้ความลึกของขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มตามที่กำหนด จากนั้นจึงจะใส่เหล็กเสริมและเทคอนกรีตลงไปเพื่อหล่อเป็นเสาเข็ม และประเภทที่สาม ประเภทสุดท้าย เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยงอัดแรง หรือเรียกกันทั่วไปว่าเสาเข็มสปัน (Spun Pile) ผลิตได้โดยการปั่นคอนกรีตในแบบหล่อซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูงทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูงกว่าคอนกรีตที่ผลิตด้วยวิธีอื่น มีความแข็งแกร่งสูงและรับน้ำหนักได้มาก มีลักษณะเป็นเสากลม […]

delele user

นโยบายข้อมูล นโยบายฉบับนี้จะอธิบายถึงข้อมูลที่เราประมวลผลเพื่อสนับสนุน Facebook, Instagram, Messenger รวมถึงผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์อื่นๆ ที่ Facebook นำเสนอ (ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook หรือผลิตภัณฑ์) คุณสามารถค้นหาเครื่องมือและข้อมูลเพิ่มเติมได้ในการตั้งค่า Facebook และการตั้งค่า Instagram กลับไปด้านบน เราเก็บข้อมูลประเภทใดบ้าง เราต้องประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับคุณเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook ประเภทของข้อมูลที่เราเก็บขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา คุณสามารถเรียนรู้วิธีการเข้าถึงและลบข้อมูลที่เราเก็บได้โดยเข้าไปที่การตั้งค่า Facebook และการตั้งค่า Instagram สิ่งที่คุณและผู้อื่นดำเนินการและจัดเตรียมให้ ข้อมูลและเนื้อหาที่คุณให้ เราเก็บรวบรวมเนื้อหา การสื่อสาร และข้อมูลอื่นๆ ที่คุณให้เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา รวมถึงเมื่อคุณสมัครใช้งานบัญชีผู้ใช้ สร้างหรือแชร์เนื้อหา และส่งข้อความหรือติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ เนื้อหา การสื่อสาร และข้อมูลเหล่านี้อาจรวมถึงข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาหรือเกี่ยวกับเนื้อหาที่คุณให้ (เช่น เมตาดาต้า) ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งที่ตั้งของรูปภาพหรือวันที่สร้างไฟล์ นอกจากนี้ ยังอาจรวมถึงสิ่งที่คุณเห็นผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ที่เราจัดหาให้ เช่น กล้อง เพื่อให้เราสามารถดำเนินการต่างๆ เช่น แนะนำหน้ากากและฟิลเตอร์ที่คุณอาจชอบ หรือให้คำแนะนำในการใช้รูปแบบกล้อง ระบบของเราจะประมวลผลเนื้อหาและการสื่อสารที่คุณและผู้อื่นให้โดยอัตโนมัติเพื่อวิเคราะห์บริบทและเนื้อหาที่อยู่ในข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ดังที่อธิบายไว้ด้านล่าง เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการควบคุมว่าใครบ้างที่สามารถเห็นสิ่งที่คุณแชร์ได้ ข้อมูลที่มีการคุ้มครองพิเศษ คุณสามารถเลือกที่จะให้ข้อมูลในช่องกรอกข้อมูลโปรไฟล์ Facebook หรือเหตุการณ์ในชีวิตของคุณเกี่ยวกับมุมมองทางศาสนา ทรรศนะทางการเมือง บุคคลที่คุณ “สนใจ” หรือสุขภาพของคุณ ข้อมูลนี้และข้อมูลอื่นๆ (เช่น เชื้อชาติหรือชาติกำเนิด […]

privacy

ข้อกำหนดในการใช้บริการ ยินดีต้อนรับสู่ Facebook! Facebook สร้างเทคโนโลยีและบริการต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อถึงกันและกัน สร้างชุมชน และขยายธุรกิจ ข้อกำหนดเหล่านี้กำกับดูแลการใช้ Facebook, Messenger รวมถึงผลิตภัณฑ์ ฟีเจอร์ แอพ บริการ เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่เราให้บริการ (เรียกว่า “ผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook” หรือ “ผลิตภัณฑ์”) เว้นแต่เราจะระบุอย่างชัดแจ้งว่าให้บังคับใช้ข้อกำหนดแยกต่างหาก (ที่ไม่ใช่ข้อกำหนดเหล่านี้) Facebook, Inc. เป็นผู้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้คุณ เราไม่เก็บค่าบริการเมื่อคุณใช้ Facebook หรือผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้ แต่ธุรกิจและองค์กรจะจ่ายเงินให้เราเพื่อแสดงโฆษณาสำหรับสินค้าและบริการของตนให้กับคุณแทน การใช้ผลิตภัณฑ์ของเราหมายความว่าคุณยินยอมให้เราแสดงโฆษณาที่เราคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณและความสนใจของคุณ เราใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณเพื่อช่วยพิจารณาว่าจะแสดงโฆษณาใดให้คุณเห็น เราไม่ขายข้อมูลส่วนตัวของคุณแก่ผู้ลงโฆษณา และเราจะไม่แชร์ข้อมูลที่ระบุตัวคุณได้โดยตรง (เช่น ชื่อ อีเมล หรือข้อมูลติดต่ออื่นๆ) กับผู้ลงโฆษณาเว้นแต่คุณจะให้สิทธิ์การอนุญาตเป็นการเฉพาะกับเรา แต่ผู้ลงโฆษณาสามารถบอกเราเกี่ยวกับประเภทของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เห็นโฆษณาของตนได้ แล้วเราจึงแสดงโฆษณาเหล่านั้นให้กับผู้คนที่อาจสนใจ เราจัดเตรียมรายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของโฆษณาให้แก่ผู้ลงโฆษณาซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาทำความเข้าใจวิธีที่ผู้คนโต้ตอบกับเนื้อหาของตน ดูส่วนที่ 2 ด้านล่างเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม นโยบายข้อมูลของเราอธิบายวิธีที่เราเก็บและใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณเพื่อพิจารณาแสดงโฆษณาบางรายการให้คุณเห็น และจัดหาบริการอื่นๆ ทั้งหมดตามที่ระบุไว้ด้านล่าง คุณยังสามารถไปที่ “การตั้งค่า” ได้ทุกเมื่อเพื่อตรวจสอบตัวเลือกความเป็นส่วนตัวที่คุณมีเกี่ยวกับวิธีที่เราใช้ข้อมูลของคุณ กลับไปด้านบน […]

การใช้ข้อมูลการทดสอบ SPT

ค่า SPT -N เป็นแค่เพียงดัชนีชี้วัดพฤติกรรมของดินตอบสนองต่อการตอกเท่านั้น ไม่ได้เป็นการวัดคุณสมบัติทางกลของดินโดยตรง ดังนั้นการจะนำไปใช้วิเคราะห์ทางด้านวิศวกรรมปฐพี จำเป็นจะต้องเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ได้เสียก่อน โดยอาศัยความสำพันธ์เชิงปประสบการณ์ที่มีผู้ทำไว้ก่อนแล้ว ซึ่งความสำพันธ์ที่มีอยู่นั้นส่วนใหญ่จะค่อนข้างหยาบ โดยเฉพาะความสำพันธ์ที่สร้างขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือทดสอบรุ่นเก่าที่แตกต่างไปจากเครื่องมือทดสอบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือถ้าได้ค่า SPT เท่ากับ 20 ครั้งต่อฟุต เมื่อต้องการแปลงค่าไปเป็น unconfined compression test จะมีค่าได้ตั้งแต่ 15 ตันต่อตารางเมตร ไปจนถึง 40 ตันต่อตารางเมตร ซึ่งผู้สร้างความสำพันธ์ได้แนะให้ใช้เท่ากับ 20 ตันต่อตารางเมตร จะเห็นได้ว่าค่าที่แนะนำนั้นผิดไปจากที่เป็นไปได้มากทีเดียว ความไม่แน่นอนอีกประการหนึ่งได้แก่ความไม่แน่นอนของข้อมูลการทดสอบ SPT เองโดยตัวอย่างของการทดสอบ SPT ในบริเวณเดียวกันที่มีชั้นดินค่อนข้างสม่ำเสมอให้ผลที่กระจัดกระจายมาก ดังรูปที่ 1  ดังนั้นในการใช้ค่า SPT ในการออกแบบนั้นจะต้องระลึกไว้เสมอว่าค่าที่ได้นั้นเป็นเพียงค่าดัชนีเท่านั้น รูปที่ 1 ผลการทดสอบ Standard penetration test ในชั้นดินกรุงเทพที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ความสำพันธ์ระหว่าง SPT, N-Value กับพารามิเตอร์ของดิน      ได้มีการนำเอาค่า SPT -N […]

การทดสอบภาคสนามด้วยวิธี Standard Penetration Test (SPT)

การทดสอบในสนามด้วยวิธี Standard Penetration Test (SPT)           การทดสอบด้วยวิธีนี้ได้พัฒนาขึ้นมาราวปี ค.ศ. 1927 ซึ่งในปัจจุบันเป็นวิธีทดสอบที่นิยมใช้กันมากที่สุดและเป็นการทดสอบที่ประหยัดที่สุดที่จะได้ข้อมูลชั้นดินมาใช้ในการออกแบบ โดย Bowles (Bowles 1996) ประมาณไว้ว่า 85 – 90 เปอร์เซ็นต์ของการออกแบบฐานรากปกติในอเมริการเหนือและอเมริการใต้ใช้ข้อมูล SPT ในการออกแบบ การทดสอบจะอ้างอิงมาตรฐาน ASTM D 1586 โดยมีขั้นตอนโดยสังเขปดังนี้             ตอกกระบอกแบบผ่าซีกแบบมาตรฐาน ซึ่งมีขนาดดังรูปที่ 1 โดยให้ปลายกระบอกวางอยู่พอดีกับระดับก้นหลุมเจาะ โดยการตอกจะใช้ตุ้มตอกที่มีน้ำหนัก 140 ปอนด์ (63.5 กิโลกรัม) ในการตอกแต่ละครั้งจะยกตุ้มสูง 30 นิ้ว (762 มิลลิเมตร) ตกอย่างอิสระ ดังรูปที่ 2             ในการตอกจะตอกให้กระบอกจมลงในดินเป็นระยะ 18 นิ้ว โดยแบ่งระยะของกาตอกเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 6 นิ้ว ค่า […]

วิธีการสำรวจดินเพื่อใช้ในการออกแบบฐานราก

ในการสำรวจดินเพื่อการออกแบบฐานรากนั้นสามารถกระทำได้ทั้งการเก็บตัวอย่างขึ้นมาทดสอบในห้องปฏิบัติการ และการทดสอบในสนาม ซึ่งรูปแบบการเจาะสำรวจดินแสดงดังรูปที่ 1 ข้อแตกต่างของการทดสอบทั้งสองวิธีนี้คือ วิธีการเก็บตัวอย่างจะต้องเจาะหรือขุดจนถึงระดับที่ต้องการเพื่อเก็บตัวอย่างขึ้นมา ส่วนการทดสอบในสนามนั้นไม่ต้องเก็บตัวอย่างขึ้นมาทดสอบ สำหรับรายละเอียดจะกล่าวในหัวข้อต่อไป

ตำแหน่งของหลุมเจาะและความลึกของหลุม

ในการเลือกตำแหน่งของหลุมเจาะ ถ้าชั้นดินไม่สม่ำเสมอนักอาจต้องทำการเจาะสำรวจให้ใกล้เคียงกับตำแหน่งของฐานรากมากที่สุด ถ้าในขณะที่จะทำการเจาะสำรวจยังไม่มีการวางตำแหน่งโครงสร้าง ตำแหน่งของหลุมเจาะควรจะครอบคลุมบริเวณทั้งหมด จำนวนหลุมเจาะที่จะต้องเจาะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่นความสม่ำเสมอของชั้นดิน ถ้าชั้นดินสม่ำเสมอการเจาะหลุมเจาะเพียงไม่กี่หลุมก็อาจเพียงพอแล้ว แต่ถ้าชั้นดินไม่มีความสม่ำเสมออาจจะต้องเจาะหลุมเจาะมากขึ้น ปัจจัยอีกประการหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายในการเจาะเมื่อเปรีบยเทียบกับมูลค่าของโครงการ โครงการมูลค่าไม่สูงมากนัก ถ้าทำการเจาะสำรวจและทดสอบปริมาณน้อยแต่ใช้ Factor safety สูงขึ้นก็อาจประหยัดกว่า แต่ถ้าเป็นโครงการที่มีมูลค่าโครงการสูงการเจาะสำรวจและทดสอบมากขึ้นจะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาของฐานรากลดลงอย่างมาก สำหรับโครงการทั่วๆ ไปในชั้นดินที่ไม่ซับซ้อนและพอจะทราบข้อมูลชั้นดินมาบ้างจะเจาะหลุมเจาะประมาณ 2 หลุม ถ้าเป็นไปได้ควรจะเจาะ 3 หลุม เพื่อแสดงรูปตัดชั้นดินได้ทั้งสองแนว

วัตถุประสงค์ของการเจาะสำรวจดิน

ในงานวิศวกรรมปฐพีสิ่งที่จำเป็นประการหนึ่งก็คือการเจาะสำรวจดิน วัตถุประสงค์ในการเจาะสำรวจดินนั้นเพื่อใช้เป็นข้อมูล เพื่อใช้เลือกชนิดของฐานราก เพื่อใช้หากำลังรับน้ำหนักบรรทุกของฐานรากที่เลือกใช้ เพื่อประมาณค่าการทรุดตัวของฐานรากที่เลือกใช้ เพื่อหาค่าระดับน้ำใต้ดิน เพื่อหาแรงดันดินด้านข้างที่กระทำต่อกำแพง หรือ Abutment ใช้ช่วยเขียนข้อกำหนดในการก่อสร้างเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้หาชนิดของดินที่เหมาะสมในงานถม และหา Degree of compaction เพื่อประเมินค่าความปลอดภัยของโครงสร้างเดิม เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมในการแก้ไข ในกรณีที่โครงสร้างไม่มีความปลอดภัย หรืออาจมีปัญหาเนื่องจากการทรุดตัว

การสำรวจและทดสอบดินในงานวิศวกรรมฐานราก

มนุษย์รู้จักสำรวจดินเพื่อทำฐานรากของโครงสร้างมานานแล้ว ในอดีตมักจะใช้ลองโดยไม่มีมาตรฐานระบุอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในหนังสือที่เขียนโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2234 (ค.ศ. 1691) ได้อธิบายวิธีการสำรวจดินเพื่อใช้ก่อสร้างฐานรากไว้ดังนี้ “ให้ลองเจาะหลุมหลายๆ หลุมเพื่อหาชั้นดินที่เปลี่ยนแปลง และเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าดินที่มีคุณภาพดีนี้ไม่ได้วางอยู่บนดินเหนียว ดินทราย หรือดินใดๆ ที่จะยุบตัวลงเมื่อมีแรงกดกระทำ ในกรณีที่เจาะหลุมเพื่อดูดินไม่ได้ ก็ให้ใช้ไม้ยาว 6 – 8 ฟุต เคาะพื้นดิน ถ้าเสียงนั้นแน่นและเบาแสดงว่าดินแน่น ดินจะมีกำลังต้านทานแรงกดได้ดี แต่ถ้าเสียงที่ได้ เป็นเสียงทึบดินจะมีกำลังต้านทานแรงกดไม่ดีจึงไม่ควรใช้วางฐานราก”

งานฐานรากสำหรับอาคารที่มีน้ำหนักบรรทุกสูงขึ้น

ความรู้ทางด้านวิศวกรรมฐานรากนั้นได้ถูกปรับปรุงอยูาเสมอ เนื่องจากความต้องการใช้พื้นที่ของมนุษย์เพิ่มขึ้น ในขณะที่พื้นที่มีอยู่อย่างจำกัด จากในอดีตที่ฐานรากมักเป็นฐานรากแผ่ หรือฐานรากที่เป็นเสาเข็มแบบที่ต้องใช้ลูกตุ้มตอกลงไปในดิน ได้ถูกพัฒนาจนมาเป็นเสาเข็มเจาะที่มีกำลังรับน้ำหนักบรรทุกสูงขึ้น เสาเข็มเจาะได้ถูกใช้เป็นฐานรากของโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่บางกรวยเมื่อปี พ.ศ. 2505 และต่อจากนั้นได้มีการนำวิธีการก่อสร้างเสาเข็มเจาะแบบต่างๆ มาใช้ก่อสร้างเสาเข็ม อาทิเช่นในปี พ.ศ. 2514 ได้มีการใช้เสาเข็มเจาะระบบเวียนกลับ (Reverse circulation) ในการก่อสร้างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และได้มีการนะระบบ Continuous flight auger มาใช้ก่อสร้างโรงแรมเพรสซิเดนท์ เป็นต้น

ปัญหาทางวิศวกรรมที่ต้องใช้ความรู้ทางปฐพีกลศาสตร์

ในการวิเคราะห์ออกแบบและก่อสร้างทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับดิน วิศวกรจำเป็นจะต้องมีความรู้และเข้าใจในปฐพีกลศาสตร์เป็นอย่างดี เนื่องจากดินเป็นวัสดุธรรมชาติที่แตกต่างจากวัสดุก่อสร้างชนิดอื่นๆ ที่สามารถสร้างขึ้นมาให้มีคุณสมบัติตามต้องการได้ อีกทั้งดินมีคุณสมบัติที่ขึ้นกับชนิดขององค์ประกอบ ขนาดคละ ปริมาณน้ำในดิน ประวิติของหน่วยแรงที่เคยเกิดขึ้นในเนื้อดิน เป็นต้น ในอดีตที่ผ่านมาจึงมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากวิศวกรไม่ได้ตระหนักถึงความจำเป็นของปฐพีกลศาสตร์ ตัวอย่างปัญหาที่มักจะพบได้แก่ การวิบัติของลาดดิน การวิบัติของกำแพงกันดิน การที่ฐานรากรับน้ำหนักบรรทุกต่ำกว่าที่ต้องการ การทรุดตัวของฐานรากที่ส่งผลต่อความชำรุดของอาคาร เป็นต้น ซึ่งเราอาจจะพบเห็นได้ตามสื่อต่างๆ หากการวิบัติมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน

งานด้านวิศวกรรมฐานราก

ฐานรากนั้นจำเป็นสำหรับโครงสร้างทุกชนิดที่ได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งงานทางด้านวิศวกรรมโยธาเกือบทั้งหมดจะเป็นงานที่เกี่ยวกับโครงสร้างที่มีน้ำหนักมาก วิศวกรจะออกแบบโครงสร้างให้มีการถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างลงสู่ฐานส่วนล่างสุดและถ่ายลงสู่ดิน วิศวกรจะต้องตรวจสอบว่าดินที่รอบรับโครงสร้างนั้นจะต้องไม่วิบัติ ซึ่งถ้าดินเกิดการวิบัติถึงแม้ว่าโครงสร้างจะถูกออกแบบมาอย่างดีเพียงไรก็ไม่มีประโยชน์ดังรูปที่ 1 และวิศวกรยังจะต้องตรวจสอบว่าดินที่รองรับโครงสร้างจะไม่เกิดการทรุดตัวมากจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวโครงสร้างเอง

ประวัติศาสตร์งานฐานรากในประเทศไทย

อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ                                พระนิพนธ์ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ ในสมัยรัชกาลที่ 4      คนไทยนั้นได้รู้จักกับฐานรากกันมาเป็นเวลานานแล้ว และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยเป็นประจำ จนหม่อมเจ้าอิศรญาณในสมัยรัชกาลที่ 4 สามารถนำมาประพันธ์เป็นสุภาษิตได้ ดังนั้นผู้คนทั่วไปในยุคสมัยนั้นสามารถเข้าใจได้ไม่ยากว่า เสาหินที่ยาวแปดศอก (4 เมตร) นั้นถ้าถูกผลัก (มีแรงกระทำทางด้านข้าง) สลับด้านกันหลายๆ ครัง เสาจะเกิดการโยกคลอน (มีแรงด้านทานลดลง) และอีประการหนึ่งที่สามารถคาดเดาได้จากสุภาษิตนี้คือ ดินในบริเวณนั้นเป็นดินที่มีกำลังด้านทานต่อแรงกระทำต่ำ      สำหรับกรณีศึกษาของฐานรากของไทยในอดีตได้จากเอกสารของ (สันติ 2547) ซึ่งได้ศึกษาชนิดของฐานรากของโบราณสถานในประเทศไทย แบ่งเป็นช่วงได้ดังนี้

Bending Test Diameter 300mm.

การทดสอบแรงดัด (Bending Test) ของเสาเข็มและรอยเชื่อม เมื่อชิ้นงานได้รับแรง ไม่ว่าจะเป็นแรงในแนวตั้งฉาก หรือตามแนวแกนเส้นศูนย์กลางของชิ้นงาน ทำให้เกิด แรงดึงและแรงกด ในฝั่งตรงกันข้ามกัน แล้วเป็นผลให้ ชิ้นงานเกิดการโก่งงอ จะเรียกว่า วัสดุอยู่ภายใต้ แรงดัด (Bending) รูปเสาเข็มก่อนทำการทดสอบ การดัดจะทำให้เกิด Bending Moment, M ซึ่งเป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อจุดรองรับ รูปเสาเข็มหลังทำการทดสอบ ผลการทดสอบ

Bending Test Daimeter 250mm.

การทดสอบแรงดัด (Bending Test) ของเสาเข็มและรอยเชื่อม เมื่อชิ้นงานได้รับแรง ไม่ว่าจะเป็นแรงในแนวตั้งฉาก หรือตามแนวแกนเส้นศูนย์กลางของชิ้นงาน ทำให้เกิด แรงดึงและแรงกด ในฝั่งตรงกันข้ามกัน แล้วเป็นผลให้ ชิ้นงานเกิดการโก่งงอ จะเรียกว่า วัสดุอยู่ภายใต้ แรงดัด (Bending) รูปเสาเข็มก่อนทำการทดสอบ การดัดจะทำให้เกิด Bending Moment, M ซึ่งเป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อจุดรองรับ รูปเสาเข็มหลังทำการทดสอบ ผลการทดสอบ

Bending Test Daimeter 200mm.

การทดสอบแรงดัด (Bending Test) ของเสาเข็มและรอยเชื่อม เมื่อชิ้นงานได้รับแรง ไม่ว่าจะเป็นแรงในแนวตั้งฉาก หรือตามแนวแกนเส้นศูนย์กลางของชิ้นงาน ทำให้เกิด แรงดึงและแรงกด ในฝั่งตรงกันข้ามกัน แล้วเป็นผลให้ ชิ้นงานเกิดการโก่งงอ จะเรียกว่า วัสดุอยู่ภายใต้ แรงดัด (Bending) รูปเสาเข็มก่อนทำการทดสอบ การดัดจะทำให้เกิด Bending Moment, M ซึ่งเป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อจุดรองรับ รูปเสาเข็มหลังทำการทดสอบ ผลการทดสอบ

Compression Test Diameter 300mm.

การทดสอบแรงอัด (Compression Test) วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบ 1.ทดสอบความต้านทานต่อแรงกดอัดของวัสดุ 2.ศึกษาลักษณะการเสียรูป หรือแตกหักของชิ้นงาน รูปเสาเข็มก่อนการทดสอบ การทดสอบเริ่มจากเพิ่มแรงอัดอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ จนกระทั่งชิ้นงานเสียรูป และแตก รูปเสาเข็มหลังการทดสอบ ผลการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Compression Test Diameter 250mm.

การทดสอบแรงอัด (Compression Test) วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบ 1.ทดสอบความต้านทานต่อแรงกดอัดของวัสดุ 2.ศึกษาลักษณะการเสียรูป หรือแตกหักของชิ้นงาน รูปเสาเข็มก่อนการทดสอบ การทดสอบเริ่มจากเพิ่มแรงอัดอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ จนกระทั่งชิ้นงานเสียรูป และแตก รูปเสาเข็มหลังการทดสอบ ผลการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Compression Test Daimeter 200mm.

การทดสอบแรงอัด (Compression Test) วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบ 1.ทดสอบความต้านทานต่อแรงกดอัดของวัสดุ 2.ศึกษาลักษณะการเสียรูป หรือแตกหักของชิ้นงาน รูปเสาเข็มก่อนการทดสอบ การทดสอบเริ่มจากเพิ่มแรงอัดอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ จนกระทั่งชิ้นงานเสียรูป และแตก รูปเสาเข็มหลังการทดสอบ ผลการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

รับพื้นและแท่นเครื่องจักรโรงงานจรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล

พาชมบรรยากาศงานตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ขนาดหน้าตัด 25 เซนติเมตร จำนวน 504 ต้น ที่ @จรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล บางน้ำเปรี้ยว สุวินทวงศ์ รับน้ำหนักปลอดภัยไม่น้อยกว่า 40 ตัน/ต้น เพื่อรับพื้นใหม่และตอกรับแท่นเครื่องจักรเครื่องใหม่ ระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัดผู้ว่าจ้างกับบริษัทณรงค์ ไมโครสปันจำกัดเป็นผู้รับจ้าง โดยมีสัญญางานตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ 54 วัน ดูบรรยากาศได้เลยครับ #ไมโครไพล์ #micropile #spun micropile #i micropile Spun micropile Dia.25 cm. @Charoong Thai Wire and Cable — Sala Daeng, Bang Nam Priao District, Chachoengsao Supply & Installation Of 504nos. PC Micro Spun Pile

ไทยเอ็นไวรอนเม้นท์ ซีสเท็มส์

Thai Environment System สุขสวัสดิ์ 78 กับโครงการปรับปรุงโครงสร้าวอาคารใหม่ ตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เซนติเมตร รับน้ำหนักปลอดภัยไม่น้อยกว่า 40 ตัน/ต้น ใช้ SafetyFactor 2.5 เท่า เทียบกับรายการคำนวณ Danish’s Formular ที่ความลึกประมาณ 24 – 28 เมตร